Home Blog กฎหมายที่ควรร...

กฎหมายที่ควรรู้ก่อนสั่งพิมพ์งานกับโรงพิมพ์

สำหรับใครที่กำลังทำงานพิมพ์ต่าง ๆ ในบทความนี้เราก็มีเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายที่ควรรู้ก่อนสั่งพิมพ์งานกับโรงพิมพ์ เพื่อเป็นความรู้ให้คนที่ต้องการทำงานพิมพ์ ว่าสามารถทำอะไรกับงานพิมพ์ของตัวเองได้บ้าง ดังนั้น อย่ารอช้ากันเลยค่ะ ไปดูกฎหมายเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ควรรู้ก่อนสั่งพิมพ์งานกับโรงพิมพ์กันค่ะ

กฎหมายเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ควรรู้ก่อนสั่งพิมพ์งานกับโรงพิมพ์

สำหรับการทำงานพิมพ์ต่าง ๆ งานพิมพ์แทบทุกงาน จะต้องมีการออกแบบ ซึ่งนอกจากมีการออกแบบแล้ว ยังมีการนำภาพต่าง ๆ มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียน ภาพวาด ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย ภาพประกอบ หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติ ซึ่งรูปภาพที่เรานำมาใช้บางรูปภาพก็เป็นภาพฟรี ที่หาได้ตามเว็บไซต์แจกภาพ แต่บางรูปภาพ เป็นรูปภาพที่มีลิขสิทธิ์ ซึ่งการใช้ก็มีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตาม แต่ทั้งนี้ก่อนที่เราจะพาทุกคนไปดูเกี่ยวกับเรื่องของลิขสิทธิ์ของงาน เราจะพาทุกคนไปดูกันว่ากฎหมายเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ของไทยเป็นอย่างไรกันค่ะ

กฎหมายเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อสิ่งพิมพ์ในประเทศไทย คือ พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ดูแลครอบคลุมสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด โดยบทนิยามกำหนดความหมายของสิ่งพิมพ์ที่ตกอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ว่า สิ่งพิมพ์ ตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ หมายความว่า สมุด หนังสือ แผ่นกระดาษ หรือวัตถุใด ๆ ที่พิมพ์ขึ้นเป็นหลายสำเนา ส่วน หนังสือพิมพ์ ตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ หมายความว่า สิ่งพิมพ์ ซึ่งมีจ่าหน้าเช่นเดียวกันและออกหรือเจตนาจะออกตามลำดับเรื่อยไป มีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ก็ตาม มีข้อความต่อเนื่องกันหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึง นิตยสาร วารสาร สิ่งพิมพ์ที่เรียกชื่ออย่างอื่นทำนองเดียวกัน

ลิขสิทธิ์กับงานพิมพ์

ลิขสิทธิ์ (Copyright) หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ริเริ่มโดยการใช้สติปัญญาความรู้ ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะของตนเองในการสร้างสรรค์ โดยไม่ลอกเลียนงานของผู้อื่น โดยงานที่สร้างสรรค์ต้องเป็นงานตามประเภทที่กฎหมายลิขสิทธิ์ให้คุ้มครอง โดยผู้สร้างสรรค์จะได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน

ประเภทของงานที่มีลิขสิทธิ์

โดยกฎหมายลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครองแก่งานสร้างสรรค์ 9 ประเภทตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้

  • งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ คำปราศรัย โปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • งานนาฏกรรม เช่น งานที่เกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว รวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย
  • งานศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม งานประติมากรรม ภาพพิมพ์ งานสถาปัตยกรรม ภาพถ่าย ภาพประกอบ หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติเกี่ยวกับภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์ งานศิลปะประยุกต์ ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย
  • งานดนตรีกรรม เช่น คำร้อง ทำนอง การเรียบเรียงเสียงประสานรวมถึงโน้ตเพลงที่แยกและเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว
  • งานสิ่งบันทึกเสียง เช่น เทปเพลง แผ่นคอมแพ็คดิสก์ (ซีดี) ที่บันทึกข้อมูลเสียง ทั้งนี้ไม่รวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์ หรือเสียงประกอบโสตทัศนวัสดุอย่างอื่น
  • งานโสตทัศนวัสดุ เช่น วีดีโอเทป วีซีดี ดีวีดี แผ่นเลเซอร์ดิสก์ที่บันทึกข้อมูลประกอบด้วยลำดับของภาพหรือภาพและเสียงอันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก
  • งานภาพยนตร์ เช่น ภาพยนตร์ รวมทั้งเสียงประกอบของภาพยนตร์นั้นด้วย (ถ้ามี)
  • งานแพร่เสียงแพร่ภาพ เช่น การกระจายเสียงวิทยุ การแพร่เสียง หรือภาพทางโทรทัศน์
  • งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ

ข้อสังเกตเกี่ยวกับภาพที่มีลิขสิทธิ์

  • ระบุเครื่องหมาย © หรือย่อมาจาก Copyright ส่วนมากจะมีปีกำกับไว้ด้วย เช่น ©2000, ©Copyright2007 ที่พบเห็นได้ง่ายก็มีตามปกแผ่นหนัง เกม, โปสเตอร์, ภาพการ์ตูน, หรือแม้กระทั่งปกหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่นำมาแปลเป็นภาษาไทย
  • มีชื่อเจ้าของผลงานหรือเว็บไซต์ ที่มาของภาพนั้น โดยอาจจะวางอยู่ตรงมุมใดมุมหนึ่งของภาพ
  • ประทับลายน้ำ ในบางครั้งอาจเป็นโลโก้เจ้าของผลงานหรือเว็บไซต์ขึ้นไว้จาง ๆ ทั่วภาพ

แต่ในบางกรณีที่ภาพเหล่านั้นไม่มีสัญลักษณ์ที่กล่าวมาในงานเลย ทำให้เวลามีคนนำภาพไปใช้จึงถูกฟ้องร้องเอาได้ง่าย ๆ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจะใช้ภาพอะไรก็ต้องตรวจดูให้ดี และถ้านำภาพไปใช้ได้แล้วก็อย่าลืมให้เครดิตเจ้าของหรือเว็บไซต์ด้วย แต่ถ้ายังไม่แน่ใจก็อย่าเสี่ยงดีกว่า ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นพฤติกรรมที่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ไปได้ ซึ่งอาจเกิดเป็นการละเมิดได้ทั้งทางตรง และทางอ้อม

  • การละเมิดโดยตรง คือ นำชิ้นงานออกมาเผยแพร่ อาจจะด้วยการนำชิ้นงานมาใช้ตรง ๆ การทำขึ้นมาใหม่หรืออะไรก็แล้วแต่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของชิ้นงานเหล่านั้น เช่น การตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูน แต่เอางานมาจากในเว็บ และไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของงาน
  • การละเมิดโดยอ้อม คือ ให้ความสนับสนุนชิ้นงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการนำชิ้นงานเหล่านั้นมาหากำไร และยังรวมไปถึงการทำให้เจ้าของชิ้นงานนั้นเสื่อมเสียด้วย

การละเมิดลิขสิทธิ์มีโทษตามกฎหมาย

การละเมิดลิขสิทธิ์มีโทษทางอาญาทั้งจำคุก และโทษปรับแล้วแต่กรณี และเจ้าของลิขสิทธิ์ยังมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่งด้วย โทษทางอาญา เช่น การทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และหากทำเพื่อการค้าต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 – 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การใช้ภาพแบบไม่ผิดลิขสิทธิ์

ใช้ภาพในเว็บฟรี เนื่องจากในปัจจุบันมีหลาย ๆ เว็บไซต์ที่มีภาพฟรีให้เลือกใช้หลากหลายแบบมาก ๆ ซึ่งในภาพฟรีเหล่านั้นก็จะมีเงื่อนไขบอกไว้ว่าสามารถนำไปใช้แบบใดได้บ้าง แต่ทั้งนี้ในการนำภาพมาใช้ ก็ต้องเลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือด้วยเช่นกัน

ซื้อภาพมาใช้ วิธีนี้เป็นวิธีที่สะดวก และไม่ต้องเสียเวลาทำขึ้นใหม่ เพราะเราสามารถซื้อได้ในเว็บซื้อขายรูปภาพ ซึ่งถูกลิขสิทธิ์ และมีมากมาย แต่แน่นอนว่าก็ต้องดูให้ดี เพราะบางเว็บไซต์ก็นำรูปพวกนั้นมาขายโดยที่เจ้าของไม่รู้ก็มี ดังนั้น ควรเลือกเว็บที่ดูน่าเชื่อถือได้ จะดีที่สุด

ติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรง ถ้าเราชื่นชอบผลงานของเขามาก และเราอยากได้มาทำในงานพิมพ์ ก็สามารถติดต่อกับเจ้าของรูปภาพ หรือเจ้าของรูปวาดได้โดยตรง เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดของภาพที่จะนำมาใช้ในงานพิมพ์ว่าสามารถนำไปใช้ในทางใดได้บ้าง

สรุป

การทำงานพิมพ์ทุกประเภทที่ต้องใช้ภาพประกอบ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย หรือภาพวาด ที่ไม่ได้ถ่ายเอง หรือวาดเอง โดยไม่ได้หาภาพจากเว็บไซต์ฟรี หรือซื้อจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ก็ต้องติดต่อกับเจ้าของภาพ เพื่อพูดคุยกันเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ ให้สามารถนำภาพมาใช้ในการประกอบการพิมพ์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์

สำหรับใครที่สนใจอยากทำงานพิมพ์ต่าง ๆ บริษัท บุ๊คพลัส พับลิชชิ่ง จำกัด เรายินดีให้บริการออกแบบและผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ทุกแบบ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์ คูปอง นามบัตร แผ่นพับ ปฏิทิน เมนูอาหาร สมุด หนังสือ บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ โดยไม่มีจำนวนจำกัด เรามีทีมกราฟิกที่จะช่วยออกแบบได้ตามที่คุณต้องการ และเรายังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิมพ์หนังสือ พร้อมด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ทันสมัย รับประกันงานพิมพ์คุณภาพและการบริการที่รวดเร็ว

เกี่ยวกับ Ricco

บริษัท ริคโค จำกัด เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อปี พ.ศ. 2539 เราให้บริการออกแบบ และผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด ด้วยเครื่องพิมพ์ระบบ Offset และ Digital ที่ทันสมัยที่สุด สามารถรองรับงานพิมพ์ได้หลากหลายประเภท เรามีความเป็นมืออาชีพและครบวงจรทางด้านสื่อสิ่งพิมพ์ (One Stop Service) ด้วยประสบการณ์มากกว่า 24 ปี ทำให้เราสร้างสรรค์งานพิมพ์คุณภาพอยู่เสมอ
ทั้งนี้เรายังมีบริการป้อนข้อมูลหรือบริการคีย์ข้อมูลใบสมัคร แบบฟอร์มต่างๆ บริการจัดการ ปรับปรุง แก้ไข ตรวจสอบฐานข้อมูลเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่ยังคงเป็นข้อมูลที่สมบูรณ์ บริการตรวจสอบข้อมูลตามเงื่อนไข การตลาดทางตรงในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ สามารถเจาะจงลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเราจะสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า เพื่อให้เป็นโรงพิมพ์ที่ลูกค้าไว้วางใจ

รูปภาพ: https://www.behance.net/