Home Blog 8 โรคอันตรายจ...

8 โรคอันตรายจากภัย “ออฟฟิศซินโดรม”

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจกรรมในชีวิตประจำวันของคุณต้องเกี่ยวกับการนั่งในท่าเดิมนานๆ เช่นการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทราบหรือไม่ว่าการนั่งท่าเดิมเป็นเวลานานทำเกิดปัญหาทางสุขภาพได้

การคงท่าทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งมีผลทำให้กล้ามเนื้อ เส้นประสาท เส้นเอ็น และหมอนรองคอ ทำงานหนักเกินไปจนเกิดอาการตึงและแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปการเคลื่อนไหวของข้อต่อจะแย่ลงตามลำดับ ไม่ใช่เพียงการคงท่าทางที่ไม่เหมาะสมเพียงอย่างเดียวการเคลื่อนไหวซ้ำๆ เช่น การพิมพ์เอกสาร ก็อาจทำให้มีอาการออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ได้เช่นเดียวกัน

สาเหตุของโรคออฟฟิศซินโดรม

สาเหตุของโรคออฟฟิศซินโดรมเกิดจากการนั่งทำงานในอิริยาบถเดิมนานๆ และไม่มีการยืด ขยับปรับเปลี่ยนท่าทาง เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือเกิดจากการนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป การเพ่งใช้สายตามากๆ บวกกับรังสีจากจอภาพ ทำให้เกิดอาการปวดหัวปวดตาได้ รวมถึงสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น ออฟฟิศแออัด อากาศไม่ถ่ายเท โต๊ะเก้าอี้ไม่เหมาะกับสรีระ เป็นต้น นอกจากนี้การทำงานที่หนักเกินไป จนทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อน บวกกับสังคมในที่ทำงานเป็นพิษ ทำให้เกิดความเครียดสะสม สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างยิ่ง และหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา หรือไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายตามมา

สารพัดโรคร้ายจาก “ออฟฟิศซินโดรม” 

ออฟฟิศซินโดรม เสี่ยงโรคอันตรายดังต่อไปนี้

  1. หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
  2. กระดูกสันหลังคด
  3. แขนขาอ่อนแรง ถ้ารุนแรงมากอาจทำให้กล้ามเนื้อหด ยึด ตึง
  4. โรคซึมเศร้า อันมาจากความเครียด ความกดดัน และบรรยากาศไม่ดีในที่ทำงาน
  5. โรคอ้วน
  6. โรคเบาหวาน
  7. ความดันโลหิตสูง
  8. ไขมันในเลือดสูง จากการทานอาหารจุบจิบในเวลาทำงาน และไม่มีเวลาออกกำลังกาย

วิธีรักษาโรคออฟฟิศซินโดรม

วิธีรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมสามารถเริ่มต้นได้จากตัวเอง เช่น

  1. หากเริ่มรู้สึกเมื่อยล้า ควรพักการทำงานเพื่อผ่อนคลายร่างกายและสมอง เช่น ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เดินไปสูดอากาศด้านนอกบ้าง ไม่ควรนั่งทำงานติดกันนานเกินไป
  2. หมั่นออกกำลังกาย เพื่อยืดและคลายกล้ามเนื้อ เช่น โยคะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน นอกจากจะช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ป้องกันเอ็นและข้อยึดแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความเครียด และเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายได้อีกด้วย
  3. ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น เปลี่ยนโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมาะกับสรีระ ทำความสะอาดออฟฟิศให้โล่งและอากาศถ่ายเทมากขึ้น ก็สามารถช่วยให้บรรยากาศในการทำงานผ่อนคลายขึ้น
  4. หากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมแล้วอาการปวดกล้ามเนื้อยังไม่ดีขึ้น ปวดเรื้อรัง ปวดจนนอนไม่หลับ ทำงานไม่ได้ มีแขนขาอ่อนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อรับการตรวจประเมินรักษาด้วยยา และการกายภาพบำบัดร่วม 3-7 ครั้ง แล้วแต่สาเหตุและความรุนแรงของโรค

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่แน่ใจว่ากำลังเผชิญกับอาการออฟฟิศซินโดรม หรือเป็นอาการปวดทั่วๆไป เนื่องจากมีการปวดเหมือนกัน แต่สาเหตุต่างกัน และหากดูแลตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจประเมินและรักษาป้องกันเพื่อไม่ให้กลายเป็นโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง เพราะจะทำให้สุขภาพทั้งกายและจิตใจแย่ลง และใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นานมากขึ้นด้วย