Home Blog อัปเดต 7 เทรน...

อัปเดต 7 เทรนด์ท่องเที่ยวไทยปี 2567 เพิ่มความสุข สนุก และเติมพลัง

การท่องเที่ยว เป็นการไปเปิดโลกกว้าง ที่จะทำให้คุณได้เห็น ได้ทำ และได้ทานอะไรใหม่ ๆ อีกทั้งยังป็นการไปพักผ่อนหย่อนใจ และเติมพลังใจให้พร้อมกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ซึ่งเทรนด์การท่องเที่ยวไทยในปี 2567 นี้ จากผลการสำรวจของ Booking.com แสดงให้เห็นว่าในปี 2567 พบว่าคนไทยมองว่า ชีวิตคือการเดินทาง โดย 89% ของนักท่องเที่ยวชาวไทย และ 78% ของผู้เดินทางทั่วโลก เปิดเผยว่าพวกเขารู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้เดินทาง และ 88% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเชื่อว่าพวกเขาได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดระหว่างออกท่องเที่ยว ดังนั้น ในบทความนี้เราก็จะพาไปอัปเดต 7 เทรนด์ท่องเที่ยวไทยปี 2567 เพิ่มความสุข ความสนุก และเติมพลังกันค่ะ

อัปเดต 7 เทรนด์ท่องเที่ยวไทยปี 2567 เพิ่มความสุข ความสนุก และเติมพลัง

1. เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ เมื่อออกเดินทาง เนื่องจากในปี 2567 นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะมองการท่องเที่ยวเหมือนการสร้างตัวตนใหม่ และรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง นอกจากนี้พวกเขายังเชื่อว่าได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดระหว่างออกท่องเที่ยว สามารถหลีกหนีข้อจำกัดต่าง ๆ และเปิดรับบุคลิกภาพใหม่ ๆ ของตนเองได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

  • 74% สร้างเรื่องราวในชีวิตของตัวเองเอาไว้บอกเล่าคนที่ได้พบเจอระหว่างการเดินทาง
  • 78% ชอบที่ไม่ต้องเผยตัวตนที่แท้จริงขณะเดินทาง และมีโอกาสได้สร้างตัวตนในแบบที่ต้องการ
  • 59% ยอมจ่ายเงินเพื่อเช่ารถที่ดีกว่าคันที่ขับอยู่ที่ประจำ เพื่อใช้ชีวิตที่ต่างจากเดิมอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

2. ทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็น เนื่องจากสภาพอากาศร้อนทั่วโลกในปัจจุบัน ทำให้นักท่องเที่ยวอยากที่จะเดินทางไปยังสถานที่ ๆ มีอากาศเย็นกว่าที่ใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการทำกิจกรรมทางน้ำ อย่างการดำน้ำ โยคะบนน้ำ การทำสมาธิด้วยเสียงของน้ำ รวมไปถึงการบำบัด และผ่อนคลายที่ใช้ความเย็น หรือสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการใช้กิมมิคความเย็น เช่น โรงแรมใต้น้ำ ธีมโลกใต้ทะเล จะกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปีหน้า

  • 78% ของผู้เดินทางชาวไทย เผยว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลต่อการวางแผนการท่องเที่ยวในปีหน้า
  • 75% กล่าวว่าจะมองหาสถานที่พักผ่อน หรือออกเดินทางเพื่อไปคลายร้อน เพราะอุณหภูมิแถวบ้านพุ่งสูงขึ้น
  • 84% เห็นด้วยว่าการได้พักผ่อนใกล้ชิดกับสายน้ำทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นได้ทันที ในขณะที่ 40% สนใจการท่องเที่ยวพักผ่อนที่เน้นใกล้ชิดกับน้ำในปี 2567

3. ทริปเที่ยวไม่ต้องเป๊ะ ขอให้ได้ลุ้น โดยนักท่องเที่ยวที่อยากปล่อยใจไปกับเรื่องสุดเซอร์ไพรส์ อยากที่จะออกสำรวจสถานที่หรือวัฒนธรรมที่ไม่รู้จักมาก่อน เปลี่ยนจากการท่องเที่ยวที่มีเช็คลิสต์ มาสู่การได้ลุ้นว่าจะได้เจออะไรบ้างโดยไม่ต้องวางแผน เพราะอยากเจอกับประสบการณ์แปลกใหม่ จึงทำให้การท่องเที่ยวที่มีแพ็กเกจยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามใจ หรือการใช้เทคโนโลยีที่สามารถช่วยทั้งในเรื่องการยกเลิก เปลี่ยนแผน ซื้อก่อนจ่ายหลังจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

  • 61% ของผู้เดินทางชาวไทยสนใจจองการเดินทางสุดเซอร์ไพรส์ในแบบที่ไม่รู้เลยว่าจะได้ไปที่ไหนบ้างจนกว่าจะไปถึง
  •  76% ต้องการที่จะไปในจุดหมายปลายทางที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก และ 53% มองหาทริปเดินทางร่วมกับคนแปลกหน้า
  •  67% ไม่ต้องการแผนหรือเช็คลิสต์ก่อนเดินทางสำหรับทริปในปีหน้า เพื่อจะได้ปล่อยใจไปตามแต่ละโอกาส และสถานการณ์เฉพาะหน้าจะพาไป
  •  82% เน้นวางแผนการเดินทางแบบไม่ละเอียดมาก หรือที่สามารถยืดหยุ่นได้ จะได้เปลี่ยนแผนได้ตามอารมณ์ในตอนนั้น

4. ตามรอยต้นกำเนิดของความอร่อย สำหรับนักเดินทางสายกินในปี 2567 ไม่ใช่แค่ต้องการอาหารที่อร่อย แต่อยากจะสำรวจหรือรู้ถึงจุดกำเนิด และรากของวัฒนธรรมอาหารจานเด็ดเหล่านั้นด้วย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวัตถุดิบเฉพาะถิ่น นอกจากนี้อาหารแบบต้นตำรับจะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งเทรนด์การเดินทางดังกล่าวจะช่วยสร้างความภาคภูมิใจ และเป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชนทั่วโลก

  • 78% สนใจเรียนรู้ต้นกำเนิดอาหารจานเด็ด และอาหารที่ “ห้ามพลาด” ในจุดหมายปลายทางนั้น ๆ มากกว่าที่เคยเป็นมา
  • 92% อยากลิ้มลองอาหารพื้นเมืองมากขึ้นในปีหน้า โดยเน้นค้นหารสชาติอาหารดั้งเดิมที่ปรุงด้วยสูตรลับที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น เพื่อสำรวจ และเปิดเผยถึงเรื่องราวด้านวัฒนธรรมที่อาจสูญหายหรือลืมเลือนไปในอีกฟากฝั่งหนึ่งของโลก

5. ผ่อนคลายเพื่อฟื้นพลัง หลังจากสถานการณ์ย่ำแย่จากวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก ผู้เดินทางจึงหันมาเน้นจองทริปที่เจาะจงแค่การพัฒนาร่างกาย และจิตใจแต่เพียงอย่างเดียว เพื่อเยียวยาความรู้สึก และคลายความเครียดให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้อีกครั้ง

  • ยุคสมัยของการท่องเที่ยวเพื่อการนอนหลับ (Sleep Tourism) ผู้ประกอบธุรกิจหันมาให้บริการที่ส่งเสริมด้านการนอนหลับ และใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะตอบโจทย์ผู้เดินทางชาวไทย (75%) ที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับสนิทแบบไม่มีอะไรมากวนใจสำหรับทริปในปี 2567
  • ในขณะที่ 59% จะหาเวลาไปท่องเที่ยวเพื่อหาคู่หรือคนรักใหม่
  • ตรงกันข้ามกับ 54% ที่จะเน้นไปยังการท่องเที่ยวพักใจเพื่อลืมคนรักเก่าให้ได้เสียที
  • 13% ต้องการกระชับความสัมพันธ์กับคนรักให้แน่นแฟ้น และเน้นเรื่องนี้เป็นหลักในการเดินทางปีหน้า
  • สำหรับผู้ที่เผชิญกับปัญหาครอบครัวไม่รู้จบ จะมองหาการพักผ่อนแบบสันโดษหรือไปเที่ยวคนเดียวแบบไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร โดยส่วนใหญ่ (76%) วางแผนเดินทางคนเดียวในปีหน้า แบบไม่พาลูก และคู่ครองของตัวเองไปด้วยเพื่อรีชาร์จพลังชีวิตตัวเอง

6. ยกระดับวันหยุดแบบ A La Carte เนื่องด้วยวิกฤตการณ์ค่าครองชีพส่งผลให้ผู้เดินทางในปี 2567 จะหันมาหาวิธีเดินทางที่ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังต้องการการท่องเที่ยวที่มีความหรูหราแบบ “ตามสั่ง”หรือ “A La Carte” อยู่ โดยเน้นไปที่ทริปสั้น ๆ หรือเลือกที่จะลดค่าใช้จ่ายด้านหนึ่งเพื่อไปเต็มที่กับสิ่งที่ตนเองต้องการมากกว่า เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์เหนือระดับแม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งก็ตาม

  •  64% วางแผนที่จะเลือกจุดหมายปลายทางที่ค่าครองชีพถูกกว่าเมืองตัวเองอยู่ เพื่อใช้จ่ายได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
  •  64% ระบุว่าการเดินทางใกล้บ้านเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากสามารถให้ความรู้สึกใกล้เคียงตัวเลือกที่หรูหรา แต่มีราคาไม่แพง เพื่อลดค่าใช้จ่าย
  • 65% ยินดีจ่ายค่าบัตรผ่านรายวันเพื่อเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมห้าดาว แทนการเข้าพักจริง
  • 65% วางแผนให้ลูกหลานลาเรียน แล้วออกเดินทางนอกฤดูท่องเที่ยวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายตอนออกเดินทาง

7. สุนทรียศาสตร์ของการเดินทางแบบยั่งยืน ในปี 2567 ความสำคัญของการออกแบบ นวัตกรรม เข้ามามีบทบาทในประเด็นของความยั่งยืนมากขึ้น จึงทำให้เกิดตัวเลือกการท่องเที่ยวที่ใส่ใจ และรับผิดชอบแบบใหม่ และสร้างสรรค์ เพราะนักท่องเที่ยวปัจจุบันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทริปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบสั้น ๆ เท่านั้น แต่ผู้เดินทางในปัจจุบันต้องการนำความตั้งใจเหล่านี้มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายของการมีส่วนช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสร้างผลเชิงบวกต่อชุมชน และสังคมเพิ่มมากขึ้น

  • 78% กำลังมองหาที่พักที่มีนวัตกรรมด้านความยั่งยืนที่ดูตื่นตาตื่นใจ
  • 83% อยากเห็นการดำเนินการเพื่อความยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่ 65%ต้องการเห็นที่พักตกแต่งภายในด้วยพื้นที่สีเขียว และประดับด้วยต้นไม้ราวกับอยู่กลางธรรมชาติ
  • ผู้เดินทางจำนวนมากสนใจแพลตฟอร์มสำหรับการเดินทางแบบยั่งยืนที่มีตัวเลือก หรือ ข้อเสนอให้สามารถปลดล็อกสมนาคุณได้ (84%) เช่น อยากให้นำเสนอประสบการณ์ทดลองใช้ชีวิตกับคนในชุมชนท้องถิ่นหรือจุดหมายที่ไม่คุ้นเคย (47%) หรือ ข้อเสนอเป็นทริปการเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจจะยังเข้าไม่ถึง (44%)”

สรุป

ทั้งหมดก็เป็น 7 เทรนด์ท่องเที่ยวไทยปี 2567 ที่เน้นลุย ลุ้น สำรวจ อร่อย และยั่งยืน เนื่องจากนักเดินทาง หรือนักท่องเที่ยวรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้เดินทาง และพวกเขาได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดระหว่างออกท่องเที่ยวอีกด้วย ดังนั้น จึงทำให้การท่องเที่ยวในยุคนี้ที่เกิดทั้งวิกฤตโรคระบาด ภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และยังมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกมากมาย ทำให้ผู้คนเริ่มรู้สึกถึงความไม่แน่นอนในชีวิต นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลให้อีกหลายคนหลีกหนีจากชีวิตประจำวันที่วุ่นวาย และหาความสุขให้ชีวิตด้วยการท่องเที่ยวนั่นเอง

เกี่ยวกับ Ricco

บริษัท ริคโค จำกัด เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อปี พ.ศ. 2539 เราให้บริการออกแบบ และผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด ด้วยเครื่องพิมพ์ระบบ Offset และ Digital ที่ทันสมัยที่สุด สามารถรองรับงานพิมพ์ได้หลากหลายประเภท เรามีความเป็นมืออาชีพและครบวงจรทางด้านสื่อสิ่งพิมพ์ (One Stop Service) ด้วยประสบการณ์มากกว่า 24 ปี ทำให้เราสร้างสรรค์งานพิมพ์คุณภาพอยู่เสมอ
ทั้งนี้เรายังมีบริการป้อนข้อมูลหรือบริการคีย์ข้อมูลใบสมัคร แบบฟอร์มต่างๆ บริการจัดการ ปรับปรุง แก้ไข ตรวจสอบฐานข้อมูลเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่ยังคงเป็นข้อมูลที่สมบูรณ์ บริการตรวจสอบข้อมูลตามเงื่อนไข การตลาดทางตรงในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ สามารถเจาะจงลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเราจะสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า เพื่อให้เป็นโรงพิมพ์ที่ลูกค้าไว้วางใจ

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.freepik.com/